รู้จัก Spatial Design กับการออกแบบพื้นที่ทำงานให้ตอบโจทย์คนยุคใหม่

January 20, 2026

ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

รู้จัก Spatial Design กับการออกแบบพื้นที่ทำงานให้ตอบโจทย์คนยุคใหม่

โพสใน

การทำงานปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรอบสี่เหลี่ยมหรือโต๊ะทำงานแบบเดิมอีกต่อไป หลายองค์กรเริ่มให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อความรู้สึกและผลงานของพนักงาน จึงเกิดเป็นคำถามว่าเราจะจัดการพื้นที่อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างความสุขไปพร้อมกัน คำตอบของโจทย์นี้คือศาสตร์ที่เรียกว่า Spatial Design ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบชีวิตและการทำงานของผู้คน

Spatial Design คืออะไร

Spatial Design คือศาสตร์การออกแบบที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่าง “พื้นที่” และ “มนุษย์” โดยไม่ได้มองแค่ความสวยงามทางสายตา แต่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก การออกแบบในลักษณะนี้จะคำนึงถึงมิติต่าง ๆ ทั้งความกว้าง ความสูง แสง เสียง และการเคลื่อนไหวของผู้คนภายในพื้นที่นั้น เพื่อให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยง สะดวกสบาย และตอบสนองต่อการใช้งานจริง

Spatial Design และ Interior Design แตกต่างกันอย่างไร

Interior Design หรือการตกแต่งภายใน จะเน้นไปที่ความสวยงามและการตกแต่งผิวสัมผัสภายในห้องเป็นหลัก เช่น การเลือกสีวอลเปเปอร์ การเลือกผ้าม่าน หรือการจัดวางของตกแต่งเพื่อสร้างบรรยากาศให้น่าอยู่ภายในกรอบของโครงสร้างที่มีอยู่เดิม

ในขณะที่ Spatial Design จะมองภาพรวมที่กว้างกว่าและลึกซึ้งกว่า ครอบคลุมทั้งพื้นที่ภายในและภายนอก รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่เหล่านั้น การออกแบบเชิงพื้นที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุบผนังเพื่อเปลี่ยนทางเดิน การเล่นกับระดับความสูงของพื้นเพื่อแบ่งโซน หรือการเจาะช่องแสงเพื่อให้แสงธรรมชาติเชื่อมโยงพื้นที่ภายนอกเข้าสู่ภายใน เป้าหมายหลักคือการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว

องค์ประกอบสำคัญของ Spatial Design

องค์ประกอบสำคัญของ Spatial Design

เพื่อให้การออกแบบพื้นที่ทำงานด้วยแนวคิด Spatial Design ประสบความสำเร็จและใช้งานได้จริง จำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบพื้นฐาน 4 ประการ ดังนี้

1. การจัดวาง Layout และ Flow การสัญจร

อันดับแรกคือการวางผัง (Layout) และเส้นทางการสัญจร (Flow) พื้นที่ที่ดีต้องมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้สอดคล้องกับกิจกรรม ไม่เกิดความสับสนหรือติดขัดในการเดินสวนกัน การกำหนดโซนทำงาน โซนพักผ่อน และโซนประชุม ต้องมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันอย่างสมเหตุสมผล การวางผังที่ดียังรวมถึงการคำนึงถึงระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้งานรู้สึกไม่อึดอัดและมีความเป็นส่วนตัวในระดับที่พอดี

2. การเลือกใช้แสงสว่างและโทนสีสร้างบรรยากาศ

แสงและสีมีอิทธิพลโดยตรงต่ออารมณ์และความรู้สึก Spatial Design จะใช้แสงสว่างเพื่อกำหนดมิติของพื้นที่ แสงสว่างและโทนสีเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ Spatial Design ใช้ในการ “กำหนดอารมณ์” และ “สร้างตัวตนของพื้นที่” โดยแสงไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความสว่างเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับมิติของพื้นที่ให้รู้สึกโปร่ง โล่ง อบอุ่น หรือสงบได้ การออกแบบที่ดีจึงควรผสานแสงธรรมชาติเข้ากับแสงประดิษฐ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้พื้นที่ใช้งานสบายตา ปลอดภัย และเอื้อต่อกิจกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละโซน

ขณะเดียวกัน โทนสียังทำหน้าที่สื่อสารความรู้สึกและพฤติกรรมที่ต้องการ เช่น โทนสีเย็นอย่างฟ้าหรือเขียวช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและเอื้อต่อสมาธิ ส่วนโทนสีอบอุ่นอย่างเหลืองหรือส้มช่วยเพิ่มพลังและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เมื่อแสงและสีถูกออกแบบให้สอดคล้องกัน พื้นที่จะไม่เพียงดูสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม

3. ฟังก์ชันการใช้งานที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์

Spatial Design มองว่าพื้นที่หนึ่งแห่งไม่จำเป็นต้องมีบทบาทเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับ “ความยืดหยุ่น” เพื่อให้พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามกิจกรรมและบริบทที่แตกต่างกันได้ เช่น โถงกลางที่ใช้เป็นทั้งพื้นที่ทำงานไม่เป็นทางการและลานจัดกิจกรรม หรือห้องประชุมที่สามารถปรับขนาดและรูปแบบการใช้งานได้ตามจำนวนผู้ใช้

การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน หรือเก้าอี้ออฟฟิศที่เคลื่อนย้ายง่าย ปรับรูปแบบได้ หรือพับเก็บได้ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสนับสนุนแนวคิดนี้ ทำให้พื้นที่พร้อมรองรับการใช้งานที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา

4. สุขภาวะและปัจจัยทางจิตวิทยาของผู้ใช้งาน

การออกแบบที่ดีต้องใส่ใจสุขภาพกายและใจของผู้คน Spatial Design จะคำนึงถึงจิตวิทยาสภาพแวดล้อม เช่น การระบายอากาศที่ดี การลดเสียงรบกวน และการสร้างมุมมองที่พักสายตาได้ สิ่งเหล่านี้ช่วยลดความเครียดสะสมและสร้างความรู้สึกปลอดภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้พนักงานอยากมาทำงานและทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

อัปเดตเทรนด์ออกแบบสำนักงานยุคใหม่ ด้วยแนวคิด Spatial Design

อัปเดตเทรนด์ออกแบบสำนักงานยุคใหม่ ด้วยแนวคิด Spatial Design

Biophilic Design ดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน

หนึ่งในเทรนด์ที่เติบโตควบคู่กับแนวคิด Spatial Design อย่างชัดเจนคือ Biophilic Design หรือการออกแบบพื้นที่ทำงานให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ไม่ใช่แค่การเพิ่มต้นไม้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการวางผังพื้นที่ให้มองเห็นวิวภายนอก การเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน หรือผิวสัมผัสที่มีความเป็นออร์แกนิก องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดจากการทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน และส่งผลต่อสมาธิ อารมณ์ และพลังงานในการทำงานโดยรวม 

Hybrid Workspace พื้นที่อเนกประสงค์รองรับการทำงานแบบผสมผสาน

การทำงานแบบ Hybrid เปลี่ยนบทบาทของสำนักงานไปอย่างชัดเจน จากพื้นที่นั่งทำงานประจำ กลายเป็นศูนย์กลางของการพบปะ สื่อสาร และทำงานร่วมกัน Spatial Design จึงถูกนำมาใช้เพื่อรีโนเวทออฟฟิศให้รองรับการใช้งานที่หลากหลายภายในพื้นที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นโซน Co-working Space สำหรับแลกเปลี่ยนไอเดียและระดมสมอง โซน Phone Booth สำหรับประชุมออนไลน์หรือคุยงานส่วนตัว ไปจนถึง Quiet Zone สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง การออกแบบพื้นที่ให้เปลี่ยนบทบาทได้ตามช่วงเวลา ช่วยให้ออฟฟิศตอบโจทย์พนักงานที่สลับวันเข้าออฟฟิศ ทำงานเป็นทีม และทำงานเดี่ยวได้อย่างลงตัวมากขึ้น

Sustainability Office การออกแบบเพื่อความยั่งยืนและประหยัดพลังงาน

แนวคิดเรื่องความยั่งยืนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของสำนักงานยุคใหม่ และ Spatial Design มีบทบาทอย่างมากในการวางแผนพื้นที่ให้ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่า ตั้งแต่การออกแบบทิศทางอาคารและการจัดวางฟังก์ชันให้รับแสงและลมธรรมชาติได้ดี เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศเกินความจำเป็น ไปจนถึงการเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีอายุการใช้งานยาว และดูแลรักษาง่าย ซึ่งช่วยลดการปรับปรุงพื้นที่ซ้ำ ๆ ในระยะยาว 

ออกแบบออฟฟิศตามหลัก Spatial Design กับบริการออกแบบพื้นที่จาก Siam Okamura

Siam Okamura เชื่อว่า “พื้นที่กำหนดพฤติกรรม” (Space shapes behavior) การออกแบบออฟฟิศตามหลัก Spatial Design จึงไม่ใช่แค่การจัดวางโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบ แต่คือการออกแบบ “ประสบการณ์การทำงาน” ผ่านพื้นที่ เราให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานและสเปซในทุกมิติ เพราะพื้นที่ที่ออกแบบมาดีจะช่วยให้การเคลื่อนไหวลื่นไหล การสื่อสารเป็นธรรมชาติ ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นง่ายขึ้น และบรรยากาศการทำงานโดยรวมส่งเสริมทั้งประสิทธิผลและความสุขของคนในองค์กร

ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบภายใน ทีมงาน Siam Okamura สามารถนำแนวคิด Spatial Design มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน พื้นที่ใช้งานไม่เต็มศักยภาพ และ Dead Space ภายในสำนักงานได้ โดยให้บริการออกแบบออฟฟิศสำนักงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์ DNA ขององค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และพฤติกรรมของผู้ใช้งานจริง ก่อนพัฒนาเป็น Layout ที่เชื่อมโยงทุกฟังก์ชันเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการวางตำแหน่งพื้นที่ทำงาน ทิศทางแสง การถ่ายเทอากาศ ไปจนถึงเส้นทางการสัญจรภายในออฟฟิศเพื่อให้ทุกองค์ประกอบของพื้นที่ทำงานสอดประสานกันอย่างเป็นธรรมชาติ รองรับการทำงานจริงในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Spatial Design ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริงหรือไม่

ช่วยได้จริง เนื่องจากการออกแบบโดยคำนึงถึง Flow การทำงานและการแบ่งโซนที่เหมาะสม จะช่วยลดสิ่งรบกวนและลดความเครียดในการทำงาน เมื่อสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย พนักงานจะมีสมาธิมากขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น

ควรเริ่มต้นอย่างไรหากต้องการปรับปรุงออฟฟิศด้วยแนวคิดนี้

ควรเริ่มต้นจากการสำรวจปัญหาและความต้องการของพนักงานว่าพื้นที่เดิมมีจุดบกพร่องตรงไหน เช่น ห้องประชุมไม่พอ เสียงดังรบกวน หรือแสงสว่างน้อยเกินไป แล้วจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาปรึกษานักออกแบบเพื่อวางผังพื้นที่ใหม่ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด

ออฟฟิศขนาดเล็กสามารถใช้หลักการ Spatial Design ได้ไหม

ทำได้และควรทำอย่างยิ่ง พื้นที่ขนาดเล็กยิ่งต้องอาศัย Spatial Design เพื่อบริหารจัดการพื้นที่จำกัดให้ใช้งานได้คุ้มค่าที่สุด 

สรุปบทความ

Spatial Design เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่ทำงานให้เหนือกว่าแค่ความสวยงาม แต่เน้นสร้างประสบการณ์ที่ดีและความสุขในการทำงานให้กับผู้คน การลงทุนกับการออกแบบพื้นที่โดยคำนึงถึงหลักการนี้ จึงเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนและสร้างผลกำไรในรูปแบบของประสิทธิภาพงานและคุณภาพชีวิตของพนักงานในระยะยาว

Siam Okamura ให้บริการออกแบบออฟฟิศสำนักงานแบบ One-Stop Solution ครอบคลุมตั้งแต่การวางผังสำนักงาน การให้คำปรึกษาเรื่องดีไซน์ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสไตล์ การก่อสร้าง การย้ายออฟฟิศ ไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังเสร็จงาน ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การออกแบบสำนักงานให้กับบริษัทชั้นนำมากมาย เพื่อให้คุณได้สำนักงานที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และปลอดภัยตามมาตรฐาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2661-5474-9 หรืออีเมล webcontact@th.okamura.com

Latest posts

SEE ALL