Focus Area คือพื้นที่ส่วนตัวในออฟฟิศที่ช่วยตัดสิ่งรบกวน เพิ่มสมาธิ เสริมประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างสรรค์ผลงานได้เต็มที่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานรุ่นใหม่

January 20, 2026

ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Focus Area คือพื้นที่ส่วนตัวในออฟฟิศที่ช่วยตัดสิ่งรบกวน เพิ่มสมาธิ เสริมประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างสรรค์ผลงานได้เต็มที่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานรุ่นใหม่

โพสใน

การทำงานในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและข้อมูลข่าวสารมหาศาล หลายครั้งที่คนทำงานต้องเจอกับเสียงรบกวนรอบข้างจนทำให้สมาธิหลุดลอยไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของงาน การจัดสรรพื้นที่ภายในสำนักงานให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก และหนึ่งในแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากคือการสร้าง Focus Area เพื่อดึงศักยภาพของพนักงานออกมาให้ได้มากที่สุด

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า Focus Area คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กร และเราจะสามารถเนรมิตพื้นที่เหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไรให้ใช้งานได้จริง

 Focus Area คืออะไร

Focus Area คือพื้นที่ภายในสำนักงานที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้มีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว แยกออกจากความวุ่นวายภายนอก จุดประสงค์หลักคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อน หรือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยปราศจากสิ่งรบกวนทั้งทางเสียงและทางสายตา

พื้นที่แบบ Focus Area ไม่ได้จำกัดรูปแบบว่าจะต้องเป็นห้องสี่เหลี่ยมปิดทึบเสมอไป อาจเป็นมุมเล็กๆ  ที่กั้นด้วยพาร์ทิชันเก็บเสียง โต๊ะทำงานที่มีผนังสูง หรือตู้นั่งทำงานแบบ Phone Booth ก็ได้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้ผู้ใช้งานสามารถ “จดจ่อ” (Focus) กับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ทำไมออฟฟิศยุคใหม่จึงควรมี Focus Area

ทำไมออฟฟิศยุคใหม่จึงควรมี Focus Area

รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปทำให้พื้นที่เปิดโล่ง (Open Plan) ที่เคยได้รับความนิยมอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป การมี Focus Area เข้ามาเสริมจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรควรพิจารณา เพราะจะช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมการทำงานในหลายมิติ ดังนี้

เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

เมื่อพนักงานได้อยู่ใน Focus Area ที่เงียบสงบ สมองจะสามารถประมวลผลเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีขึ้น การทำงานที่ต้องใช้ความคิดละเอียดอ่อนจะเสร็จเร็วขึ้นและมีความถูกต้องแม่นยำกว่าการนั่งทำงานท่ามกลางเสียงรบกวน การมีพื้นที่ให้หลบมาโฟกัสงานช่วยให้ผลลัพธ์ของงานโดยรวมออกมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พื้นที่ Safe Zone สำหรับลดความเครียดสะสม

เสียงโทรศัพท์ เสียงพูดคุย หรือการเดินไปมาของคนในออฟฟิศ อาจสร้างความหงุดหงิดและความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว Focus Area จึงเปรียบเสมือน Safe Zone ที่ให้พนักงานได้ปลีกตัวออกมาพักใจหรือนั่งทำงานเงียบ ๆ การได้อยู่ในมุมที่สงบ ผ่อนคลาย จะช่วยรีชาร์จพลังงานสมอง ลดความตึงเครียด และทำให้พนักงานมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น

กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ด้วยความเงียบ

ไอเดียดี ๆ มักเกิดขึ้นในเวลาที่เรามีสมาธิและจิตใจสงบ การจัดให้มี Focus Area ที่ตัดขาดจากความวุ่นวาย จะช่วยเปิดพื้นที่ว่างในสมอง ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับทีมครีเอทีฟ นักออกแบบ หรือใครก็ตามที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา

ตอบโจทย์รูปแบบการทำงานที่หลากหลาย

คนทำงานแต่ละคนมีวิธีการทำงานที่ไม่เหมือนกัน บางคนชอบระดมสมอง บางคนชอบความเงียบ Focus Area เข้ามาช่วยเติมเต็มความต้องการนี้ ทำให้พนักงานมีทางเลือกในการขยับขยายไปนั่งทำงานในจุดที่เหมาะกับเนื้องานของตนเอง ณ เวลานั้น ๆ ไม่ต้องจำเจอยู่ที่โต๊ะประจำตลอดทั้งวัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการทำงานแบบ Hybrid Work ที่เน้นความยืดหยุ่นเป็นหลัก

องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ Focus Area

องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบ Focus Area

การสร้าง Focus Area ให้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่การกั้นห้องเปล่า ๆ แต่ต้องใส่ใจรายละเอียดเพื่อให้เอื้อต่อการใช้งานมากที่สุด โดยมีองค์ประกอบหลักที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้

การเลือกทำเลที่ตั้งเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย

จุดเริ่มต้นที่ดีคือการเลือกทำเล ควรวางผัง Focus Area ให้ห่างจากโซนที่มีการสัญจรพลุกพล่าน เช่น หน้าประตูทางเข้า โซนห้องครัว หรือเครื่องถ่ายเอกสาร มุมอับสายตาหรือมุมห้องด้านในสุดมักเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะจะช่วยลดสิ่งเร้าภายนอกได้โดยอัตโนมัติ หากใครกำลังวางแผนรีโนเวทออฟฟิศ ควรปรึกษานักออกแบบเพื่อวางตำแหน่งโซนนี้ให้เหมาะสมตั้งแต่แรก

การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยตัดเสียงรบกวน

การเลือกเฟอร์นิเจอร์สำนักงานสำหรับโซน Focus Area มีบทบาทสำคัญต่อระดับสมาธิและความเงียบของพื้นที่ ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุซับเสียง (Acoustic Material) เช่น พาร์ทิชันบุผ้า โซฟาพนักพิงสูงที่ช่วยโอบล้อมพื้นที่ส่วนตัว หรือแผ่นซับเสียงติดผนัง เพื่อช่วยลดเสียงสะท้อนและป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้บรรยากาศเหมาะกับการทำงานที่ต้องใช้สมาธิอย่างต่อเนื่อง

การควบคุมแสงสว่างและบรรยากาศให้เอื้อต่อการจดจ่อ

พื้นที่ Focus Area ควรออกแบบให้ได้รับทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์อย่างสมดุล เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าของสายตาและทำให้การทำงานต่อเนื่องเป็นไปอย่างสบายตา แนะนำให้เลือกใช้ไฟโทน Warm White หรือ Cool White ที่ให้ความสว่างพอดี ไม่จ้าจนเกินไป ควบคู่กับการจัดบรรยากาศด้วยต้นไม้สีเขียว หรือใช้โทนสีเย็นอย่างฟ้าและเขียวอ่อน จะช่วยเสริมความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และเอื้อต่อการจดจ่อกับงานได้มากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต้องพร้อม

แม้จะเป็นพื้นที่สงบ แต่เทคโนโลยีก็ขาดไม่ได้ Focus Area ควรมีจุดเชื่อมต่อปลั๊กไฟและช่องเสียบ USB ให้เพียงพอ มีสัญญาณ Wi-Fi ที่เสถียร เพื่อให้การทำงานไม่สะดุด บางองค์กรอาจติดตั้งระบบจองห้องออนไลน์ เพื่อให้พนักงานบริหารจัดการเวลาใช้งาน Focus Area ได้อย่างเป็นระบบและทั่วถึง

ออกแบบ Focus Area ให้สวยและใช้งานได้จริง ปรึกษาทีมงานเชี่ยวชาญจาก Siam Okamura

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ทำงาน Siam Okamura เชื่อว่าการสร้าง Focus Area ที่ดี ไม่ใช่แค่การนำโต๊ะไปวางในมุมห้องหรือกั้นผนังทึบเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก แต่คือศาสตร์แห่งการออกแบบที่ต้องคำนึงถึง “สมดุล” ระหว่างความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกผ่อนคลาย หากพื้นที่นั้นเงียบแต่ทำให้รู้สึกอึดอัด พนักงานก็คงไม่อยากเข้าไปใช้งาน และนั่นคือโจทย์ที่ทีมงานของเราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

การจะเนรมิต Focus Area ให้ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยความเข้าใจในพฤติกรรมมนุษย์ควบคู่ไปกับงานดีไซน์ เราจึงให้บริการออกแบบออฟฟิศสำนักงานแบบครบวงจร โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ Flow การทำงานขององค์กร เพื่อจัดวางตำแหน่งของโซนโฟกัสให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุด ไม่รบกวนการสัญจร แต่ยังเข้าถึงได้ง่าย พร้อมนำเสนอเฟอร์นิเจอร์สำนักงานคุณภาพสูงมาตรฐานญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับสรีระ การใช้งานจริง และรายละเอียดงานออกแบบ เพื่อให้พื้นที่ที่ได้ทั้งสวย ใช้งานได้จริง และสอดคล้องกับภาพลักษณ์ขององค์กร

จุดเด่นของเราคือการผสานหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) เข้ากับงานดีไซน์ เพราะเราทราบดีว่าช่วงเวลาที่ต้อง “โฟกัส” คือช่วงที่ร่างกายมักจะเกร็งและนั่งท่าเดิมนานที่สุด เก้าอี้ออฟฟิศและโต๊ะทำงานในโซนนี้จึงต้องรองรับสรีระได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานลืมความปวดเมื่อยและจดจ่อกับงานตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณจะต้องการรีโนเวทออฟฟิศเพื่อเพิ่มมุมทำงานเงียบ ๆ หรือต้องการวางผังใหม่ทั้งฟลอร์ ทีมงานมืออาชีพของ Siam Okamura พร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาช่วยเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดา ให้กลายเป็นขุมพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ใช้งานได้จริงในทุกตารางนิ้ว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ออฟฟิศขนาดเล็กสามารถทำ Focus Area ได้หรือไม่

ทำได้แน่นอน สำหรับออฟฟิศที่มีพื้นที่จำกัด ไม่จำเป็นต้องสร้างห้องใหม่ อาจเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ประเภท Phone Booth ตู้นั่งทำงานเก็บเสียง หรือใช้ฉากกั้นแบบเคลื่อนย้ายได้มาแบ่งสัดส่วนมุมห้องให้กลายเป็น Focus Area ขนาดกะทัดรัด ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

อุปกรณ์อะไรบ้างที่จำเป็นต้องมีในห้อง Focus Room

สิ่งที่ขาดไม่ได้คือโต๊ะทำงานขนาดพอเหมาะ และเก้าอี้ออฟฟิศที่รองรับสรีระ (Ergonomic) เพราะผู้ใช้งานมักต้องนั่งจดจ่อเป็นเวลานาน นอกจากนี้ควรมีปลั๊กไฟ แสงสว่างที่เพียงพอ และระบบระบายอากาศที่ดี

 Focus Area แตกต่างจากห้องประชุมทั่วไปอย่างไร

ห้องประชุมทั่วไปออกแบบมาเพื่อการสื่อสาร การระดมสมอง และการพูดคุยเป็นกลุ่ม แต่ Focus Area ออกแบบมาเพื่อ “ความเงียบ” และ “ความเป็นส่วนตัว” เป็นหลัก เน้นการใช้งานคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 คนที่ไม่ต้องการเสียงรบกวน เพื่อทำงานที่ต้องใช้สมาธิสูงโดยเฉพาะ

สรุปบทความ

Focus Area คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของคนทำงานในปัจจุบัน การจัดสรรพื้นที่เงียบสงบให้พนักงานได้มีโอกาสโฟกัสกับงานตรงหน้า ไม่เพียงแต่ช่วยให้งานเสร็จไวและมีคุณภาพดีขึ้น แต่ยังช่วยดูแลสุขภาพจิต ลดความเครียด และสร้างความสุขในการทำงาน ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน

Siam Okamura ให้บริการออกแบบออฟฟิศสำนักงานแบบ One-Stop Solution ครอบคลุมตั้งแต่การวางผังสำนักงาน การให้คำปรึกษาเรื่องดีไซน์ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสไตล์ การก่อสร้าง การย้ายออฟฟิศ ไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังเสร็จงาน ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การออกแบบสำนักงานให้กับบริษัทชั้นนำมากมาย เพื่อให้คุณได้สำนักงานที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และปลอดภัยตามมาตรฐาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2661-5474-9 หรืออีเมล webcontact@th.okamura.com

Latest posts

SEE ALL