Green Office คืออะไร แนวคิดสำนักงานสีเขียวยุคใหม่

January 20, 2026

ใช้เวลาอ่าน 4 นาที

Green Office คืออะไร แนวคิดสำนักงานสีเขียวยุคใหม่

โพสใน

ในหนึ่งวันเราใช้ชีวิตอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้าน การใช้พลังงานและทรัพยากรต่าง ๆ ในออฟฟิศจึงมีปริมาณมหาศาล ทั้งไฟฟ้า น้ำ และกระดาษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยที่เราไม่รู้ตัว แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนที่ทำงานให้เป็นมิตรกับโลกจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่หลายองค์กรหันมาใส่ใจ บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่า Green Office คืออะไร และเราจะปรับเปลี่ยนสำนักงานให้รักษ์โลกได้อย่างไรบ้าง

Green Office คืออะไร

Green Office คือสำนักงานสีเขียวที่ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ภายในองค์กรโดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด หัวใจสำคัญของ Green Office คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการบริหารจัดการภายในสำนักงานเพื่อใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด มีระบบจัดการของเสียที่ดี และเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เป้าหมายหลักของการทำ Green Office คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของภาวะโลกร้อน โดยในประเทศไทยมีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำหนดเกณฑ์การประเมินและให้การรับรองตราสัญลักษณ์สำนักงานสีเขียว เพื่อยืนยันว่าองค์กรนั้นมีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม

ทำไมองค์กรจึงควรก้าวสู่ Green Office

ทำไมองค์กรจึงควรก้าวสู่ Green Office

การปรับตัวสู่การเป็นสำนักงานสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงกระแสสังคม แต่เป็นสิ่งที่สร้างผลประโยชน์ให้กับองค์กรโดยตรงในหลายมิติ หากถามว่าข้อดีของการทำ Green Office คืออะไร คำตอบสามารถแบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้

การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการสิ้นเปลือง

ประโยชน์ที่เห็นผลชัดเจนที่สุดของการทำ Green Office คือช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การมีมาตรการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ และลดการใช้กระดาษ จะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัด งบประมาณที่เคยสูญเสียไปกับความสิ้นเปลืองเหล่านี้สามารถนำไปพัฒนาส่วนอื่นขององค์กรได้

การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคธุรกิจมีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แนวคิด Green Office คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะ หรือการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นทุกวัน

การสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในที่ทำงาน

สภาพแวดล้อมในที่ทำงานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของพนักงาน การจัดการสำนักงานสีเขียวจะให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศ การลดฝุ่นละออง และการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ที่ไม่ปล่อยสารเคมีอันตราย ทำให้พนักงานมีสุขภาพกายที่ดี ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และมีความสุขในการทำงานมากขึ้น

การเสริมภาพลักษณ์องค์กรและความยั่งยืนในระยะยาว

องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมักได้รับความชื่นชมและความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้า ภาพลักษณ์ของการเป็น Green Office คือสิ่งที่แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ซึ่งช่วยดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกันให้อยากมาร่วมงาน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต

วิธีปรับเปลี่ยนสำนักงานให้เป็น Green Office

วิธีปรับเปลี่ยนสำนักงานให้เป็น Green Office

การเริ่มต้นทำสำนักงานสีเขียวไม่ใช่เรื่องยากและไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลเสมอไป สามารถเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ และวางระบบบริหารจัดการใหม่ ดังนี้

การจัดการพลังงานและแสงสว่าง

เรื่องพื้นฐานที่สุดของการเริ่มทำ Green Office คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานภายในองค์กร ซึ่งสามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนสูง เพียงแค่ได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกคน ดังนี้

  • ปรับพฤติกรรมการปิดอุปกรณ์: รณรงค์ให้ปิดไฟ ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือถอดปลั๊กอุปกรณ์เมื่อพักเที่ยงและเลิกงาน
  • เลือกใช้อุปกรณ์เบอร์ 5: เปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นรุ่นประหยัดไฟเบอร์ 5 และบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • ปรับอุณหภูมิแอร์: ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 25-26 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่เย็นสบายกำลังดีและประหยัดไฟ
  • ใช้แสงธรรมชาติ: ออกแบบหรือจัดโต๊ะทำงานให้แสงธรรมชาติส่องถึง เพื่อลดการเปิดไฟในช่วงกลางวัน
  • เดินขึ้นบันได: หากออฟฟิศอยู่ชั้นไม่สูงมาก หรือต้องขึ้นลงเพียง 1-2 ชั้น การเดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากทีเดียว

การบริหารจัดการขยะและลดการใช้ทรัพยากร

การลดปริมาณขยะจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายการเป็นสำนักงานสีเขียว โดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ผ่านแนวทางปฏิบัติดังนี้

  • งดใช้กระดาษ (Paperless): เปลี่ยนระบบการทำงานมาใช้เอกสารออนไลน์ (E-document) ในการส่งงานหรืออนุมัติเอกสารต่าง ๆ แทนการพิมพ์
  • ใช้ซ้ำ (Reuse): หากจำเป็นต้องพิมพ์เอกสาร ให้ใช้กระดาษให้ครบทั้งสองหน้า หรือนำกระดาษหน้าเดียวมาทำเป็นสมุดโน้ต
  • แยกขยะให้ชัดเจน: จัดวางถังขยะแยกประเภท (ขยะทั่วไป, ขยะรีไซเคิล, ขยะอันตราย) เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปกำจัดหรือแปรรูปต่อ
  • ลดพลาสติก: รณรงค์ให้พนักงานพกแก้วน้ำส่วนตัว ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) ในสำนักงาน

การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement)

การจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้นทางของการนำสิ่งของเข้ามาในสำนักงาน หากเราคัดกรองตั้งแต่แรก ปัญหาขยะและมลพิษก็จะลดลง การทำ Green Procurement ไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่คือกระบวนการบริหารจัดการพัสดุที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน

  • เลือกสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์: ควรเลือกซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงานที่ได้รับการรับรองฉลากเขียว (Green Label) หรือตะกร้าเขียว ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการย่อยสลาย
  • บริหารสต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ: วางแผนการสั่งซื้อให้พอดีกับการใช้งานจริง ไม่กักตุนสินค้ามากเกินความจำเป็น เพราะสินค้าบางอย่างมีวันหมดอายุ หากใช้ไม่ทันจะกลายเป็นขยะสิ้นเปลือง
  • ระบบทะเบียนคุม: มีการทำทะเบียนคุมการเบิกจ่ายพัสดุที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ว่าหน่วยงานไหนเบิกอะไรไปใช้บ้าง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการใช้อย่างคุ้มค่า
  • เลือกคู่ค้าที่มีแนวคิดเดียวกัน: พิจารณาเลือกใช้บริการร้านค้าหรือผู้รับเหมาที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศธุรกิจสีเขียวให้เติบโตไปด้วยกัน

การสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่

บรรยากาศในที่ทำงานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกายและใจของพนักงาน การดูแลสำนักงานให้สะอาดและน่าอยู่จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

  • จัดระเบียบด้วยหลัก 5ส: นำแนวทาง 5ส มาใช้จัดการพื้นที่ให้เป็นระบบ ได้แก่ 
    • สะสาง: เริ่มต้นจากการแยกแยะสิ่งของให้ชัดเจนระหว่างสิ่งที่จำเป็นต้องใช้กับสิ่งที่ไม่จำเป็น หรือจัดหมวดหมู่ให้รู้ว่าอะไรเกี่ยวข้องกับการทำงานบ้าง เพื่อลดความสับสนและลดของรก
    • สะดวก: นำสิ่งที่ผ่านการสะสางแล้วมาจัดวางให้เป็นระเบียบ โดยคำนึงถึงความคล่องตัวในขั้นตอนการทำงาน และต้องมีความปลอดภัยในการหยิบจับ
    • สะอาด: หมั่นดูแลทำความสะอาดพื้นที่ให้ดูน่ารื่นรมย์อยู่เสมอ ซึ่งความสะอาดนี้ส่งผลดีต่อสภาพจิตใจ ทำให้พนักงานรู้สึกดีและมีความสุขกับการทำงาน
    • สุขลักษณะ: ร่วมกันกำหนดมาตรฐานความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ทุกคนในองค์กรยอมรับได้ เพื่อให้ทุกคนยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน
    • สร้างนิสัย: เป็นข้อที่สำคัญและท้าทายที่สุด คือการปฏิบัติซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นความเคยชินและเป็นเรื่องปกติ โดยไม่ต้องมีการบังคับ
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียว: ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศในอาคาร หรือจัดมุมสวนเล็ก ๆ เพื่อช่วยดูดซับสารพิษและสร้างความผ่อนคลายทางสายตาเมื่อพนักงานล้าจากหน้าจอ
  • อากาศถ่ายเท: การออกแบบออฟฟิศสำนักงานให้มีความโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก จะช่วยลดความอึดอัดและทำให้สมองของคนทำงานแล่นได้ดีขึ้น

ออกแบบออฟฟิศสีเขียวให้ตอบโจทย์ ด้วยบริการออกแบบภายในจาก Siam Okamura

Siam Okamura มองว่า Green Office ไม่ใช่แค่การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ภายในองค์กร แต่ควรเริ่มตั้งแต่ “แนวคิดการออกแบบ” ที่วางรากฐานเรื่องความยั่งยืนไว้ตั้งแต่ต้น การเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่เปลี่ยนบ่อย และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรการใช้งาน คือหนึ่งในวิธีลดการใช้ทรัพยากรและปริมาณขยะได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบออฟฟิศสำนักงาน โดยเน้นการวางผังพื้นที่ให้สอดคล้องกับการใช้แสงธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์สำนักงานมาตรฐานญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความแข็งแรง อายุการใช้งาน และการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวทออฟฟิศเพื่อปรับภาพลักษณ์องค์กรให้สอดรับแนวคิด Green Office หรือการเลือกเก้าอี้ออฟฟิศและเฟอร์นิเจอร์สำหรับพื้นที่ทำงาน Siam Okamura พร้อมสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นระบบ ใช้งานได้จริง และก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างเหมาะสมในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การเริ่มทำ Green Office ต้องใช้งบประมาณสูงหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงเสมอไป หัวใจหลักของ Green Office คือการสร้างจิตสำนึกและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การปิดไฟ การแยกขยะ หรือการลดใช้กระดาษ ซึ่งสิ่งเหล่านี้แทบไม่มีต้นทุนแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ทันที ส่วนการปรับปรุงอาคารหรือเปลี่ยนอุปกรณ์สามารถทำได้ตามความเหมาะสมของงบประมาณ

เฟอร์นิเจอร์แบบไหนที่เหมาะกับสำนักงานสีเขียว

เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับ Green Office คือเฟอร์นิเจอร์ที่มีความทนทาน แข็งแรง เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานที่สุด ลดการซื้อใหม่บ่อย ๆ ควรผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัย ไม่มีสารระเหยที่เป็นอันตราย และหากเป็นวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้หรือผลิตจากวัสดุรีไซเคิลก็จะยิ่งดีต่อสิ่งแวดล้อม

ประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับโดยตรงคืออะไร

พนักงานจะได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ อากาศสะอาด ปลอดภัยจากสารพิษและเชื้อโรค ซึ่งส่งผลให้สุขภาพกายและใจแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ยังเกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและโลก

สรุปบทความ

Green Office คือแนวทางการบริหารจัดการสำนักงานยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็นสีเขียวไม่ได้ช่วยแค่ลดโลกร้อน แต่ยังช่วยลดต้นทุนและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนทำงาน การเริ่มต้นลงมือทำตั้งแต่วันนี้ คือก้าวสำคัญที่จะพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในอนาคต

Siam Okamura ให้บริการออกแบบออฟฟิศสำนักงานแบบ One-Stop Solution ครอบคลุมตั้งแต่การวางผังสำนักงาน การให้คำปรึกษาเรื่องดีไซน์ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับสไตล์ การก่อสร้าง การย้ายออฟฟิศ ไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังเสร็จงาน ดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การออกแบบสำนักงานให้กับบริษัทชั้นนำมากมาย เพื่อให้คุณได้สำนักงานที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และปลอดภัยตามมาตรฐาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2661-5474-9 หรืออีเมล webcontact@th.okamura.com

Latest posts

SEE ALL